โฆษณาในสมาร์ทโฟนทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามอง

ผู้ใช้หน้าจอสื่อสารต่างๆ ในกลุ่มเอเชียแปซิฟิคใช้เวลา 7 ชั่วโมงต่อวัน โดยใช้เวลากับสมาร์ทโฟนมากที่สุด จากรายงานเรื่อง AdReaction Report โดยบริษัทMillward Brown. ในรายงานนี้ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์หน้าจอต่างๆ จากผู้ใช้กว่า 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึง 9 ประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิค โดยศึกษาพฤติกรรมการเข้าถึงโฆษณาต่างๆ จากทั้งทีวี สมาร์ทโฟน แลบท๊อป และแทบเล็ต ทั้งนี้ ผลวิจัยที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด และนักสร้างแบรนด์ในการวางแผนสื่อโฆษณาแต่ละช่องทาง เพื่อให้เข้าถึงได้อย่างสูงสุดและเกิดผลลัพธ์ต่อแบรนด์ที่มากที่สุด การศึกษา AdReaction ในปีนี้ ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 12,000 คนทั่วโลก โดย 3,000 คนเป็นกลุ่มตัวอย่างจากแถบเอเชียแปซิฟิค

adreaction20142

ผู้บริโภคในประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิคใช้เวลาเฉลี่ยอยู่หน้าจอต่างๆ ถึง 439 นาทีต่อวัน มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ประมาณ 417 นาทีต่อวัน โดยทั้งนี้ เป็นการใช้เวลากับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 159 นาที (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 147 นาที) แลบท๊อบ และ แทบเล็ต ใช้เวลาประมาณ 115 นาที และ 60 นาทีตามลำดับ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ทีวี เป็นหน้าจอเพียงอย่างเดียวที่คนใช้เวลาด้วยน้อยกว่าค่าเฉลี่ย นั่นคือ 104 นาที นั่นหมายถึง โอกาสของนักการตลาดในการทำโฆษณาในสื่อหน้าจอต่างๆ มีมากขึ้นในภูมิภาคนี้

“การตลาดทางมือถือครั้งแรกของโลกเกิดขึ้นที่นี่ เราค่อนข้างใช้เวลากับอุปกรณ์ที่เราชื่นชอบ และสามารถสลับผลัดเปลี่ยนการใช้ไปมาระหว่างอุปกรณ์ได้ง่าย และมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและน่าจะทำความเข้าใจให้มากขึ้นในเรื่องความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้งานระหว่างผู้บริโภคในประเทศจีนและอินเดีย เมื่อเปรียบเทียบกับผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นและประเทศออสเตรเลีย” Mr. Mark Henning หัวหน้าส่วนสื่อสารและดิจิตอล AMAP จาก Millward Brown กล่าว “เมื่อรวมกับความรู้เหล่านี้กับสิ่งที่ผู้บริโภคเปิดรับจากสื่อโฆษณาต่างๆ จากทุกหน้าจอที่พวกเขาใช้ ทำให้เราสามารถได้แนวทางที่สมบูรณ์แบบในการสร้างผลกระทบและความผูกพันที่ผู้ชมจะมีต่อแบรนด์ได้”

ตัวเลขที่มากกว่าแพทเทิร์นการใช้งานเฉลี่ยทั่วโลกของภูมิภาคนี้ ส่วนหลักๆ มาจากการใช้งานของผู้บริโภคในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ นอกจากเวลาในการเล่นสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะเป็นช่วงระหว่างวันเหมือนๆ กับภูมิภาคอื่นๆ แล้ว แต่ในภูมิภาคนี้ ช่วงเย็นยังเป็นช่วงเวลาที่ใช้งานหลักด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เวลาที่ใช้อยู่หน้าจอทั้งหมด จะสลับผลัดเปลี่ยนไปในแต่ละอุปกรณ์ส่วนตัวในระหว่างวัน ซึ่งคิดเป็น 61% ของเวลาทั้งหมด ซึ่งทำให้ผู้บริโภคในประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิคมีโอกาสการใช้งานจากหลายหน้าจอมากที่สุด

การใช้งานหน้าจออื่นๆ ไปพร้อมๆ กับการดูทีวี คิดเป็น 40% ของเวลาทั้งหมด ซึ่งในช่วงเวลาเหล่านี้ 17% ผู้บริโภคจะเป็นผู้เลือกว่าจะใช้สื่ออุปกรณ์หน้าจอแบบใดให้ “สอดคล้อง” กับทีวี (นั่นคือ ดูทีวีพร้อมทั้งใช้งานอุปกรณ์ใดๆ อีกหนึ่งหน้าจอ เพื่อบริโภคเนื้อหาที่สอดคล้องกัน) และอีก 21% ผู้บริโภคจะเป็นผู้เลือกสื่ออุปกรณ์และเนื้อหาที่ “เพิ่มเติม/ต่อยอด” จากทีวี

การทำความเข้าใจตลาดและความแตกต่างในการใช้ของแต่ละประเทศ กลายเป็นหัวข้อที่เป็นที่สนใจสำหรับการวางแผนเกี่ยวกับแบรนด์และสื่อโฆษณา ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ในประเทศไทยจะเลือกอุปกรณ์หน้าจอแบบ “สอดคล้อง” คิดเป็น 28% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 14% ในขณะที่ผู้ใช้ในประเทศออสเตรเลียจะเลือกอุปกรณ์ที่เป็นตัว “ต่อยอด” มากกว่า คือ ประมาณ 28% ในขณะที่ทั่วโลกอยู่ที่ 22%

APAC AdReaction 2014

adreaction-apac-2014

ผู้บริโภคเลือกอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับแต่ละงานที่ต้องการใช้ โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นใช้งานที่ทีวี และต่อมาใช้สมาร์ทโฟน แต่อย่างไรก็ตาม ทุกๆ ลำดับการใช้งานก็สามารถเป็นไปได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ค้นพบจากการศึกษาครั้งนี้ด้วย นั่นคือ

  • ประเทศอินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ นำหน้าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกในแง่ของเวลาทั้งหมดที่ใช้งานอุปกรณ์หน้าจอต่างๆ โดยใช้เวลากับหน้าจอต่างๆ ถึง 540 และ 531 นาทีต่อวัน ตามลำดับ
  • การใช้งานแลบท๊อปในประเทศจีนประมาณ 161 นาทีต่อวัน ซึ่งมากที่สุดในโลก
  • ภายในภูมิภาคนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้งานอุปกรณ์หน้าจอต่างๆ น้อยที่สุด คือประมาณ 343 นาทีต่อวัน
  • แทบเล็ตค่อนข้างนำเสนอสิ่งที่แตกต่างออกไปสำหรับแบรนด์ แต่มีผลต่อการรับรู้ที่ค่อนข้างสูงในประเทศฟิลิปปินส์

เมื่อผู้บริโภคเลือกใช้งานอุปกรณ์หน้าจอที่หลากหลายไปพร้อมๆ กัน ทำให้โอกาสของนักการตลาดมีมากขึ้น ที่สื่อสารแคมเปญต่างๆ ให้เกี่ยวเนื่องและสอดคล้องกัน เนื่องจากผู้บริโภคสามารถสลับเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างกันได้ และให้เฉพาะเจาะจงสำหรับโอกาสของการทำการตลาดในอุปกรณ์หน้าจอที่หลากหลาย การศึกษาพบว่า ผู้บริโภค่อนข้างจะเปิดรับการสื่อสารแบบโฆษณาทางทีวีที่เปิดให้มีการสื่อสารแบบโต้ตอบได้หรือเรียกว่า micro-video และการสื่อสารโฆษณาทางทีวีที่มีการโปรโมทในแอพพลิเคชั่นมือถือ เฟสบุคแฟนเพจ และเวบไซท์ ทั้งนี้ นักการตลาดสามารถนำเสนอโฆษณาที่ให้ความเพลินเพลินมากขึ้น โดยใช้ช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น แถมยังสามารถสื่อสารใจความได้น่าสนใจมากขึ้นด้วย

Mr. Rob Valsler ผู้อำนวยการระดับภูมิภาค ฝ่ายสื่อโฆษณาและดิจิตัล จาก Millward Brown กล่าวว่า “นักการตลาดสามารถเลือกใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ แคมเปญที่มีความกระชับ แต่สามารถเกี่ยวเนื่องและเชื่อมต่อ ระหว่างสื่ออุปกรณ์ได้ดี จะสามารถสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ได้มากกว่า”

เกี่ยวกับ AdReaction 2014

เราได้ทำการศึกษาผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ต ในกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 12,000 คน ในช่วงอายุระหว่าง 16-44 ปี และเป็นผู้ใช้อุปกรณ์หน้าจอที่หลากหลาย ครอบคลุม 30 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ จะต้องเป็นเจ้าของและดูทีวี และ มีอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและ/หรือแทบเล็ต ทั้งนี้ การศึกษา AdReactionได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2001 เพื่ออธิบายการรับรู้โฆษณาจากสื่ออุปกรณ์ดิจิตัลในรูปแบบที่ต่างๆ กันไป

ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิค มีผู้เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้ถึง 3,080 คนจากประเทศออสเตรเลีย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ประเทศไทย และเวียดนาม โดยครอบคลุมคำถามหลักต่อไปนี้

  1. โอกาสทางการตลาดของการสื่อสารหลากหลายหน้าจอเป็นอย่างไรบ้าง
  2. แต่ละอุปกรณ์สื่อสาร มีบทบาทความสำคัญอย่างไร และผู้บริโภคเปิดรับการสื่อสารเหล่านั้นอย่างไรบ้าง
  3. อะไรคือการสื่อสารแบบหลากหลายหน้าจอที่ได้ผลดีที่สุด เพื่อทำให้แบรนด์เติบโต

Infographic AdReaction Marketing in a Multiscreen World

mb_adreaction_infographic

Credit : marketingoops

about author

arenamedia

mkt@arenamedia.co.th

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat.